วันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2555

ภาวะผู้นำ (Leadership)

ภาวะผู้นำ  (Leadership)

 ความหมายของภาวะผู้นำ 
        ภาวะผู้นำ(Leadership) หรือความเป็นผู้นำ หมายถึง ความสามารถในการนำ (The American Heritage Dictionary,1985 : 719) ซึ่งเป็นความสำเร็จอย่างยิ่งสำหรับความสำเร็จของผู้นำ
ภาวะผู้นำได้รับความสนใจและศึกษามานานแล้ว เพื่อให้รู้ว่าอะไรเป็นองค์ประกอบที่จะช่วยให้ผู้นำมีความสามารถในการนำ หรือเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพ การศึกษาเรื่องของภาวะผู้นำนั้น จะศึกษาตั้งแต่

คุณลักษณะ (Traits) ของผู้นำ
 อำนาจ(Power) ของผู้นำ
พฤติกรรม (Behavior) ของผู้นำแบบต่างๆ

 ในปัจจุบันได้มีให้ความหมายของภาวะผู้นำไว้หลากหลายและแตกต่างกันดังนี้
 - ภาวะผู้นำคือ ความคิดริเริ่มและธำรงไว้ซึ่งโครงสร้างของความคาดหวังและความสัมพันธ์ระหว่างกันของสมาชิกของกลุ่ม (Stogdill,1974 : 411)
 - ภาวะผู้นำคือ ความสามารถที่จะชี้แนะ สั่งการ หรืออำนวยการ หรือมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของผู้อื่นเพื่อให้มุ่งไปสู่จุดหมายที่กำหนดไว้ (McFarland, 1979 : 303)
 - ภาวะผู้นำคือ ศิลปะในการชี้แนะลูกน้อง หรือผู้ร่วมงานให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกระตือรือร้น และเต็มใจ (Schwartz, 1980 : 491)
 - ภาวะผู้นำคือ กระบวนการที่บุคคลใช้อิทธิพลต่อกลุ่ม เพื่อให้บรรลุความต้องการของกลุ่ม หรือจุดมุ่งหมายขององค์การ (Mitchell and Larson, Jr., 1987 : 435)
 - ภาวะผู้นำเป็นเรื่องของศิลปะของการใช้อิทธิพล หรือกระบวนการใช้อิทธิพลต่อบุคคลอื่นเพื่อให้เขามีความเต็มใจ และกระตือรือร้นในการปฏิบัติงานจนประสบความสำเร็จตามจุดมุ่งหมายของกลุ่ม(Kootz and Weihrich, 1988 : 437)
 - ภาวะผู้นำเป็นความสามารถในการใช้อิทธิพลต่อกลุ่ม เพื่อให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ (Robbins, 1989 : 437)
 - ภาวะผู้นำเป็นกระบวนการของการชี้แนะ และอิทธิพลต่อกิจกรรมต่างๆ ของสมาชิกของกลุ่ม (Stoner and Freeman, 1989 : 459)
 - ภาวะผู้นำเป็นกระบวนการที่บุคคลหนึ่ง(ผู้นำ) ใช้อิทธิพลและอำนาจของตนกระตุ้นชี้นำให้บุคคลอื่น(ผู้ตาม) มีความกระตือรือร้น เต็มใจทำในสิ่งที่เขาต้องการ โดยมีเป้าหมายขององค์การเป็นจุดหมายปลายทาง (พยอม วงศ์สารศรี, 2534 : 196)

 กวี วงศ์พุฒ(2535 : 14-15) ได้สรุปแนวคิดเกี่ยวกับผู้นำไว้ 5 ประการ คือ
1. ผู้นำหมายถึง ผู้ซึ่งเป็นศูนย์กลางหรือจุดรวมของกิจกรรมภายในกลุ่ม เปรียบเสมือนแกนของกลุ่ม เป็นผู้มีโอกาสติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นมากกว่าทุกคนในกลุ่ม มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของกลุ่มสูง
2. ผู้นำหมายถึง บุคคลซึ่งนำกลุ่มหรือพากลุ่มไปสู่วัตถุประสงค์หรือจุดหมายที่วางไว้ แม้แต่เพียงชี้แนะให้กลุ่มไปสู่จุดหมายปลายทางก็ถือว่าเป็นผู้นำ ทั้งนี้รวมถึงผู้นำที่นำกลุ่มออกนอกลู่นอกทางด้วย
3. ผู้นำหมายถึง บุคคลที่สมาชิกส่วนใหญ่คัดเลือกหรือยกให้เขาเป็นผู้นำของกลุ่ม ซึ่งเป็นไปโดยอาศัยลักษณะทางสังคม มิติของบุคคลเป็นฐาน และสามารถแสดงพฤติกรรมของผู้นำได้
4. ผู้นำหมายถึง บุคคลซื่งมีคุณสมบัติเฉพาะอย่าง คือสามารถสอดแทรกอิทธิพลบางประการอันก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของกลุ่มได้มากที่สุด
5. ผู้นำหมายถึง บุคคลซึ่งสามารถนำกลุ่มไปในทางที่ต้องการ เป็นบุคคลที่มีส่วนร่วม และเกี่ยวข้องโดยตรงต่อการแสดงบทบาท หรือพฤติกรรมการเป็นผู้นำ

       จากความหมายดังกล่าวข้างต้น จะเห็นว่าแนวคิดส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับกลุ่มคน และสมาชิกของกลุ่มมีความสัมพันธ์ภายในต่อกันอย่างสม่ำเสมอ ในการนี้จะมีสมาชิกคนใดคนหนึ่งหรือมากกว่าถูกกำหนดหรือยอมรับให้เป็นผู้นำ (Leader) เนื่องจากจะมีความแตกต่างในด้านต่างๆ จากบุคคลอื่นๆ ของกลุ่ม ซึ่งถือว่าเป็นผู้ตาม(Followers) หรือผู้ใต้บังคับบัญชา หรือลูกน้อง(Subordinates) หรือผู้ปฏิบัติ สำหรับความหมายของภาวะผู้นำเกือบทั้งหมดจะเกี่ยวข้องกับการใช้อิทธิพล ซึ่งส่วนมากจะเป็นผู้นำ(Leader) พยายามจะมีอิทธิพลต่อผู้ตาม(Followers) ในกลุ่มหรือบุคคลอื่นๆ เพื่อให้มีทัศนคติ พฤติกรรมและอื่นๆ ไปในทิศทางที่ทำให้จุดมุ่งหมายของกลุ่มหรือองค์กรประสบความสำเร็จ
      ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า ภาวะผู้นำ(Leadership) คือกระบวนการที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือมากกว่าพยายามใช้อิทธิพลของตนหรือกลุ่มตน กระตุ้น ชี้นำ ผลักดัน ให้บุคคลอื่นหรือกลุ่มบุคคลอื่นมีความเต็มใจ และกระตือรือร้นในการทำสิ่งต่างๆ ตามต้องการ โดยมีความสำเร็จของกลุ่มหรือองค์กรเป็นเป้าหมาย

ประเภทของผู้นำ
                    จากการจำแนกประเภทของผู้นำ อาจจำแนกโดยอธิบายให้เห็นถึงการเกิดผู้นำว่าเกิดขึ้นได้ 2 ประเภท คือ
1. จำแนกโดยสถานการณ์และโดยตำแหน่ง
2. จำแนกโดยลักษณะในการบริหาร ซึ่งมี 3 ประเภท ซึ่งจะเน้นที่พฤติกรรมของผู้นำเป็นสำคัญว่าผู้นำมีพฤติกรรมเช่นไรดังนี้
 - ผู้นำแบบใช้พระเดช หมายถึงผู้นำที่ยึดเอากฎหมาย ระเบียบแบบแผนเป็นที่ตั้ง
 - ผู้นำแบบใช้พระคุณ หมายถึงผู้นำที่มีอำนาจและศิลปะในการที่จะสามารถจูงใจให้บุคคลทั้งหลายทั้งปวงปฏิบัติตามที่ตนประสงค์
 - ผู้นำแบบสัญลักษณ์ หมายถึงผู้นำที่มีลักษณะเป็นสัญลักษณ์ของผู้อยู่ในฐานะตำแหน่งที่ควรแก่การเคารพนับถือ
           ถ้าพิจารณาผู้นำแบบใช้พระเดชจะพบว่า ตรงกับประเภทของภาวะผู้นำคือ ผู้นำประเภทนิเสธ ส่วนผู้นำโดยตำแหน่งก็มักจะมีพฤติกรรมแบบผู้นำแบบใช้พระเดช เป็นส่วนมาก คือเมื่อได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ก็มักยึดเอากฎหมายและระเบียบแบบแผนเป็นที่ตั้ง แต่ก็มีบ้างที่ใช้พระคุณ
          ส่วนผู้นำแบบใช้พระคุณนั้นตรงกับ ผู้นำประเภทปฏิฐาน และผู้นำโดยสถานการณ์ เพราะเป็นผู้นำที่ทำให้ผู้ร่วมงานเลื่อมใสศรัทธา และเห็นอกเห็นใจผู้ร่วมงานเหมือนๆ กัน ทั้งยังเป็นผู้นำที่อาจจะไม่ได้รับการแต่งตั้งตามกฏหมายอีกด้วย
        ลักษณะของภาวะผู้นำ มิทเชล และลาร์สัน จูเนียร์ (Michell and Larson, Jr., 1987 : 435-436) ได้ชี้ให้เห็นองค์ประกอบที่สำคัญ 3 ประการ ในการพิจารณาว่าผู้นำใดมีภาวะผู้นำหรือไม่ ได้แก่
1.ผู้นำเป็นกระบวนการ 
 2.มีระดับความถูกต้องของการใช้อิทธิพล 
 3.มีความสำเร็จของจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้ 

1. ภาวะผู้นำเป็นกระบวนการ ของการใช้อิทธิพล ผู้นำจะพยายามมีอิทธิพลเหนือผู้ตาม เพื่อให้มีพฤติกรรมการปฏิบัติงานตามต้องการ โดยมีจุดมุ่งหมายขององค์กรเป็นเป้าหมาย ไม่ใช่เรื่องของบุคคลที่จะพึงมีภาวะผู้นำได้โดยที่ไม่ได้มีกระบวนการทำใดๆเป็นกระบวนการ(Process) ให้เกิดอิทธิพลต่อผู้อื่น ดังนั้นผู้นำทางการแต่งตั้ง เช่นผู้อำนวยการ ผู้บัญชาการ อาจจะมีภาวะผู้นำหรือไม่ก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่ว่ามีลักษณะทั้ง 3 ประการหรือเปล่า ในทางตรงข้ามผู้ที่แสดงภาวะผู้นำอาจจะไม่เป็นผู้ที่เป็นแบบทางการ แต่มีองค์ประกอบ 3 ประการนั้น
 2. ภาวะผู้นำนอกจากจะเป็นกระบวนการแล้ว ภาวะผู้นำจะเกิดได้ก็ต่อเมื่อผู้ตามยอมให้ใช้อิทธิพลต่อตัวเขา ซึ่งโดยทั่วไปก็ต้องพิจารณาถึงระดับความถูกต้องของอิทธิพลที่ใช้ด้วยว่า ไม่ใช่เป็นการใช้อำนาจเข้าขู่เข็ญ หรือบีบบังคับให้ทำตาม เพราะถ้าเป็นการเช่นนั้นก็ไม่ถือว่ามีภาวะผู้นำได้
 3. ภาวะผู้นำจะถูกอ้างถึงเมื่อจุดมุ่งหมายของกลุ่มหรือองค์กรประสบความสำเร็จ ดังนั้นหากผู้นำไม่สามารถนำกลุ่มไปสู่ความสำเร็จดังกล่าว ก็ย่อมหมายถึงว่าผู้นำไม่ได้แสดงภาวะผู้นำ หรือไม่มีความสามารถในการเป็นผู้นำนั่นเอง

 คุณสมบัติของผู้นำ คุณสมบัติของผู้นำควรประกอบด้วย
ครองตน
 - มีความประพฤติปฏิบัติตนดี
 - มีความรู้ ความสามารถ เข้าใจเหตุการณ์
 - มีความซื่อสัตย์สุจริต
 - มีความอดทนอดกลั้น
 - มีเหตุมีผล
 - มีการควบคุมอารมณ์ที่ดี (EQ=Emotional Qmotient)
ครองคน
 - มีมนุษยสัมพันธ์ดี
 - มีความเสียสละ
 - มีความจริงใจ
 - มีความสามารถในการจูงใจ
 - มีความปรารถนาส่งเสริมให้ลูกน้องก้าวหน้า
ครองงาน
 - มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
 - มีความรับผิดชอบ
- มีการตรงต่อเวลา
 - มีความมุ่งมั่นในการสร้างผลงาน
 - มีผลงานเป็นที่ประจักษ์
 - มีความกล้าหาญ

 รูปแบบของผู้นำ การศึกษาเกี่ยวกับผู้นำมีหลายลักษณะ จากการศึกษาของวิลเลี่ยม เจ เรดดิน(William J. Reddin) เรดดินอธิบายถึงความสัมพันธ์กันของพฤติกรรมของผู้ใต้บังคับบัญชาและสถานการณ์ โดยแสดงให้เห็นถึงรูปแบบผู้นำที่มีประสิทธิผลมากกว่า และผู้นำที่มีประสิทธิผลน้อยกว่า ดังนี้

 รูปแบบผู้นำที่มีประสิทธิผลสูง
1. นักบริหาร(Execlutiver) ผู้นำแบบนี้จะมีความสนใจเป็นอย่างมากทั้งในเรื่องของงานและสัมพันธภาพระหว่างบุคคล มีความสามารถในการจูงใจคน กำหนดมาตรฐานในงานสูง เข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล และการทำงานเป็นทีม
2. นักพัฒนา(Develop) ผู้นำแบบนี้จะให้ความสำคัญกับเรื่องสัมพันธภาพระหว่างบุคคลมากกว่าให้ความสนใจกับงาน จะให้ความไว้วางใจผู้ร่วมงาน สร้างแรงจูงใจและให้กำลังใจเพื่อให้ทุกคนพัฒนาตนเอง
3. นักเผด็จการแบบใช้พระคุณ(Benevolent autocrat) ผู้นำแบบนี้จะให้ความสนใจอย่างมากกับงาน และให้ความสนใจเรื่องความสัมพันธภาพระหว่างบุคคลน้อย มุ่งประสิทธิผลของงาน และทำให้บรรลุผลได้อย่างดี โดยไม่ทำให้เกิดความขุ่นข้องหมองใจ
4. ผู้รักษากฎระเบียบ(Bureaucrat) ผู้นำแบบนี้จะไม่ให้ความสนใจมากนัก


 00098 โดย ศักดิ์ชัย ภู่เจริญ 2009-04-02 18:19:23 v : 15150

วันเสาร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2554

10 องค์กรยอดนิยมปี 2550

10 องค์กรยอดนิยมปี 2550
กองบรรณาธิการ Positioning Magazine มิถุนายน 2550


“อยากทำงานที่ไหน” อาจเป็นคำพูดหนึ่งที่ทำให้หลายคนสนใจว่า ยุคนี้ พ.ศ.นี้ สถานการณ์เปลี่ยนผ่าน ความคิดของคนรุ่นใหม่ๆ ผู้ที่กำลังจบการศึกษา วัยเริ่มต้นทำงาน ล้วนต่างมีความคิดเช่นใด... 


10 องค์กรที่น่าทำงานที่สุด นิตยสาร POSITIONING ได้ทำการสำรวจผ่านเว็บไซต์ www.positioningmag.com โดยใช้ระยะเวลาในการสำรวจประมาณ 3 เดือน ให้ผู้สนใจตอบแบบสอบถามโหวตเลือกองค์กรที่อยากเข้าทำงานมากที่สุด ซึ่งมีจำนวนผู้เข้าร่วมโหวตทั้งหมด 596 คน แบ่งเป็นหญิงร้อยละ 54 ชายร้อยละ 46 โดยส่วนใหญ่มีอายุตั้งแต่ 23-50 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรี และทำงานแล้ว (อ่านตารางประกอบ) 


มีข้อน่าสังเกต หลายประเด็นของผลการสำรวจครั้งนี้ พบว่า องค์กรที่อยากทำงานในวันนี้ อันดับๆต้นยังเป็นปตท. ,ปูนซีเมนต์ และการบินไทย ซึ่งเป็นองค์กรมหาชนขนาดใหญ่ระดับประเทศ ที่มูลค่าผลประกอบการนับหมื่น นับแสนล้านบาท อาจด้วยเหตุผลสำคัญที่ว่า องค์กรระดับประเทศเหล่านี้มีเงินทุนมหาศาล ทำให้เกิดความมั่นคงในอาชีพ และ ผลตอบแทนในวิชาชีพที่สูง 


ขณะที่บริษัทด้านธุรกิจบันเทิง อย่าง เวิร์คพอยท์ฯ แกรมมี่ กลายเป็นองค์กรที่เข้ามาติดโผความนิยมอย่างน่าสนใจ ด้วยเพราะภาพลักษณ์ของธุรกิจบันเทิงที่ยังถูกมองว่า ทำงานน่าสนุก ท้าทายความคิดสร้างสรรค์ ผ่านตัวศิลปินคนดัง ทำให้หลายคนเชื่อว่า องค์กรทั้งสองแห่งนี้ น่าตอบสนองความต้องการงานบันเทิงจะเป็นสถานที่ทำงานที่ดีที่สุด 


นอกจากนี้ องค์กรอย่างค่ายรถยนต์เบอร์หนึ่งของไทย อย่าง โตโยต้า และ ไมโครซอฟ เป็นบริษัทข้ามชาติที่ถูกเลือกเช่นกัน และต่างมองว่า โอกาสของความก้าวหน้าและผลตอบแทนจากองค์กรต่างชาติ มีโอกาสมากกว่าที่อื่นๆ โดยเฉพาะโบนัส และโอกาสในการเดินทางไปดูงาน หรือทำงานในต่างประเทศ มีสูงมาก 


ส่วนจุดน่าสนใจอีกองค์กรที่ได้รับการเลือก คือ เอเยนซี่ LEO BURNETT เข้ามาติดโผ ในอันดับสุดท้าย ซึ่งอาจดูพลิกความคาดหมายไม่น้อย สะท้อนให้เห็นว่า คนรุ่นใหม่ๆ ธุรกิจโฆษณา อยู่ในความสนใจของเขาเช่นกัน 


ความเปลี่ยนแปลงที่น่าสังเกต คือ องค์กรด้านสถาบันการเงิน หลุดโผอันดับ 1 ใน 10 แตกต่างจากเมื่อทัศนคติการเลือกองค์กรทำงานเมื่อ 10 ปีอย่างมาก อาจเพราะสถาบันการเงิน อย่าง ธุรกิจธนาคาร กลุ่มเงินทุน ช่วงหนึ่งเคยมีลดขนาดลงด้วยการถ่ายเทคนออก จากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจที่ผ่านมา ทำให้หลายคนอาจเกิดความมั่นใจในความมั่นคงต่อวิชาชีพ 


...ข้อสรุปขององค์กรที่น่าทำงานจากผลการสำรวจครั้งนี้ สามารถสะท้อนความคิดด้านทัศนคติของคนในช่วงเวลาหนึ่งได้อย่างน่าสนใจ ว่า ยุคนี้แทรนด์ความนิยม และมุมมองต่อองค์กรในสถานการณ์ปัจจุบันที่ใดบ้าง ที่น่าทำงานที่สุด 




Top10 บริษัทน่าทำงาน 2550 


1. ปตท.และ ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม 287 คะแนน 
2. ปูนซิเมนต์ไทย 200 คะแนน 
3. การบินไทย 162 คะแนน 
4. เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ 133 คะแนน 
5. โตโยต้า (ประเทศไทย) 133 คะแนน 
6. ไมโครซอฟต์ (ประเทศไทย) 90 คะแนน 
7. ไอบีเอ็ม (ประเทศไทย) 84 คะแนน 
8. จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ 84 คะแนน 
9. แลนด์แอนด์เฮ้าส์ 64 คะแนน 
10. LEO BURNETT 61 คะแนน 


ผู้ตอบ 596 คน 
- หญิง 322 คน หรือ 54% 
- ชาย 274 คน หรือ 46% 


Top10 บริษัทที่ผู้ตอบชายเลือกเป็นอันดับแรก 
1. ปูนซิเมนต์ไทย 28 คน 10.2 % 
2. ปตท.และ ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม 25 คน 9.1 % 
3. การบินไทย 15 คน 5.4% 
4. ไมโครซอฟต์ (ประเทศไทย) 10 คน 3.6 % 
5. แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป และไทยเดย์ดอทคอม 8 คน 2.9 % 
6. ไอบีเอ็ม (ประเทศไทย) 8 คน 2.9 % 
7. เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ 7 คน 2.5 % 
8. โตโยต้า (ประเทศไทย) 7 คน 2.5 % 
9. จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ 7 คน 2.5 % 
10. OGILVY & MATHER (Thailand) 6 คน 2.1 % 
และ ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง 6 คน 2.1 % 


Top10 บริษัทที่ผู้ตอบหญิงเลือกเป็นอันดับแรก 
ปตท.และ ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม 37 คน 11.4 % 
ปูนซิเมนต์ไทย 19 คน 5.9 % 
การบินไทย 14 คน 4.3 % 
เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ 14 คน 4.3 % 
โตโยต้า (ประเทศไทย) 12 คน 3.7 % 
จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ 9 คน 2.7 % 
ไมโครซอฟต์ (ประเทศไทย) 8 คน 2.4 % 
LEO BURNETT 8 คน 2.4 % 
- OGILVY & MATHER (Thailand) 8 คน 2.4 % 
- เอสโซ่ (ประเทศไทย) 8 คน 2.4 % 


ข้อมูลผู้ตอบแบบสอบถาม 
เรียน/ทำงาน 
- เรียนอยู่ 10 คน หรือ 1.7 % 
- ทำงานแล้ว 586 คน หรือ 98.3 % 


อาชีพ (ของผู้ทำงานแล้ว) 
- ธุรกิจ/การจัดการ 236 คน 41 % 
- สายวิทยาศาสตร์/วิชาชีพเฉพาะด้าน 120 คน 20 % 
- ไอที 109 คน 19 % 
- สื่อสารมวลชน 63 คน 11 % 
- วิชาการ/อื่นๆ 50 คน 9% 


สายที่เรียน (ของนิสิตนักศึกษา) 
- ธุรกิจ/การจัดการ 3 คน 30% 
- สายวิทยาศาสตร์/วิชาชีพเฉพาะด้าน 3 คน 30% 
- สื่อสารมวลชน 2 คน 20 % 
- ไอที 1 คน 10 % 
- วิชาการ/อื่นๆ 1 คน 10% 


อายุ 
- 15-22 ปี 30 คน 5 % 
- 23-30 ปี 264 คน 45 % 
- 31-50 ปี 277 คน 48 % 
- 50 ปีขึ้นไป 13 คน 2 % 


ระดับการศึกษา 
- ต่ำกว่าปริญญาตรี 15 คน 2.6 % 
- ปริญญาตรี 357 คน 61 % 
- ปริญญาโท 198 คน 34 % 
- ปริญญาเอก 13 คน 2.2 %